Search

9 ท่าบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม (โรคทันสมัยใครๆ ก็เป็น ;P)

ปัจจุบันนี้คงใครๆ คงรู้จักโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานในออฟฟิศ หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ อยู่ใกล้เครื่องถ่ายเอกสาร ส่งผลให้เกิดโรคและอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหาร ระบบนัยน์ตาและการมองเห็น รวมไปถึงระบบอื่นๆ ได้อีกด้วย แต่อาการออฟฟิศซินโดรมจะส่งผลต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อมากที่สุด ซึ่งอาการที่จะพบได้บ่อยคือ

  • ปวดตึงที่คอและบ่า

  • ปวดร้าวศีรษะ

  • มีอาการชาลงมาที่แขน

  • ปวดตา

  • ภูมิแพ้ หอบหืด

  • เครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

คนทำงานส่วนใหญ่มักจะละเลยอาการดังกล่าวจนกลายเป็นอาการเรื้อรังได้ หรือก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยที่ร้ายแรง เช่น โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นต้น ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในขณะนั่งทำงาน คือ (ที่มา: www.samitivejhospital.com)

  • ตั้งจอคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดในแนวตรงหน้า

  • ขอบบนของจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ระดับสายตา ส่วนจอคอมพิวเตอร์อยู่ห่าง 1 ช่วงแขน

  • ที่่วางคีย์บอร์ดอยู่ในระดับข้อศอก ทำมุม 90 องศา

  • ใช้เม้าส์โดยพักศอกบนที่วางแขนเก้าอี้

  • ควรใช้เก้าอี้มีพนัก โดยความสูงของเบาะเก้าอี้ควรต่ำกว่าระดับเข่า และให้มีช่องว่างระหว่างขอบเก้าอี้กับขา และปรับพนักพิงให้รองรับหลังส่วนกลาง

  • วางเท้าบนพื้นให้ขาทำมุม 90 องศา

นอกจากนี้ ควรรู้จักเปลี่ยนอิริยาบถในขณะทำงาน ไม่ควรนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน

  • ลุกเดินบ่อย ๆ ทุกชม. เป็นเวลา 5 นาที

  • พักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยกลอกตาทุกชั่วโมง มองออกไปไกลๆ

  • อยู่ห่างๆ เครื่องถ่ายเอกสาร เนื่องจากมีอนุภาคหมึกขนาดเล็กมากปล่อยออกมาจากเครื่องเวลาทำงาน

  • ยืดกล้ามเนื้อมือ แขนและขา บ่อยๆ


นอกจากนี้ ต้องจัดตารางเวลาออกกำลังกายให้ตัวเองบ้าง หรือกรณีมีอาการออฟฟิศซินโดรม การเข้าคลาสโยคะจะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว และเป็นการออกกำลังกายด้วย ต่อไปนี้ครูเจนนี่ จะมาแนะนำท่าบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม ที่มีสอนเป็นประจำทุกสัปดาห์ที่ครีโยคะ อโศก


ครูเจนนี่บอกว่า "ออฟฟิศซินโดรม Office Syndrome ไม่ใช่จะเกิดกับคนทำงานออฟฟิศเท่านั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกอาชีพ เพราะเกิดจากพฤติกรรมที่เราทำซ้ำๆ ทุกวัน โดยมองข้ามถึงกล้ามเนื้อที่เราไม่ได้ใช้ ท่าแก้ ออฟฟิศซินโดรม คือการบริหารหรือกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เรามองข้ามไป หรือเป็นการบริหารกล้ามเนื้อด้านตรงข้ามนั่นเอง"


"การฝึกควรเข้าท่า และออกจากท่าอย่างช้าๆ อย่างมีสติ เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ และทุกครั้งในการฝึก ควรค้างอยู่ในท่าอย่างน้อย 8 ลมหายใจ (หายใจเข้าลึก- หายใจออกยาว) เมื่อคลายจากท่า ผู้ฝึกจะรับรู้ได้ถึงอวัยวะส่วนปลายวูบๆ แล้วหายไป นั่นคือ เลือดใด้ถูกกระตุ้นให้หมุนเวียนดีขึ้น สามารถไหลผ่านผังผืดส่งไปเลี้ยงถึงส่วนปลายอวัยวะนั้นๆ เช่นมือหรือเท้า"


"ท่าแก้ออฟฟิศซินโดรมชุดนี้ เป็นท่าง่ายๆ ที่สามารถฝึกตามได้ เพื่อบรรเทาเทาอาการปวดหรือตึง บริเวณคอ บ่า ไหล่ สะบัก ข้อมือ หลังและสะโพก ผู้ฝึกสามารถฝึกตามได้ไม่ยาก และควรทำทั้งซ้ายและขวาด้วยนะคะ"


ท่าก้มเงยเพื่อยืดเส้นคอ

ท่ายืดเส้นคอด้านข้าง


ท่านี้ยืดคอ ไหล่ หลัง และต้นแขน


ท่ายืดเส้นบริเวณข้อมือ

ท่ายืดเส้นแขน หัวไหล่ ข้อมือ

ท่านี้ช่วยยืดต้นแขน ไหล่ หลังบน


ท่านี้ยืดแขน หลังล่างและสะโพก


ท่านี้ยืดหัวไหล่และหลังบน รวมถึงสะโพก

ท่านี้ยืดหลังล่าง สะโพก และหัวไหล่

ใครดูรูปแล้วสับสนทำตามไม่ได้ เชิญได้ที่ครีโยคะ อโศก เข้าคลาสออฟฟิศซินโดรม ของครูเจนนี่แล้วจะติดใจ


นอกจากนี้แล้ว ครีโยคะ อโศก ยังมีคลาสอื่นๆ อีกหลากหลายที่ช่วยบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม ได้แก่


  • Back Care ช่วยยืดเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับหลัง ป้องกันอาการปวดหลังที่เกิดได้ อีกทั้งช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดด้วย

  • Yoga Therapy เป็นคลาสที่ช่วยบำบัดผู้บาดเจ็บจากการออกกำลังกายต่าง ๆ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับความเจ็บ ปวด เครียด ความดันโลหิตสูง ปวดคอ ปวดหลัง หอบหืด แก๊สในกระเพาะ ระบบย่อยไม่ดี รวมถึงอาการนอนไม่หลับด้วย

  • Yoga Stretch ช่วยเสริมสมรรถภาพการเคลื่อนไหวและรักษาสมดุลของร่างกาย ช่วยคลายเครียด บรรเทาปวด ลดความตึง ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี ชลอวัย ทำให้รู้สึกสดชื่น

รู้แบบนี้แล้วอย่ามัวละเลยไม่แก้ไขอาการออฟฟิศซินโดรมที่เกิดขึ้น หมั่นหาเวลาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายให้ตัวเอง อย่านั่งเป็นเวลานานๆ จะทำให้ไม่เป็นโรคร้ายแรงตามมานะ


#kriyogaasoke #kriyogaasoketips #masterkamal #officesyndrome #yogafordeskjob

602 views